การย่อยอาหารของจุลินทรีย์และสัตว์

  

   การย่อยอาหารของจุลินทรีย์


ภาพแสดง ก.  ขนมปังที่มีราขึ้น    ข.  ภาพวาดแสดงราที่ขึ้นบนขนมปัง

ที่มา :  vcharkarn.com/lesson/1083
            จุลินทรีย์พวกแบคทีเรียส่วนใหญ่และเห็ดรา  จะมีกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ต่างๆ  ที่เป็นอาหาร  โดยปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยภายนอกเซลล์แล้วดูดซึมสารอาหารที่ย่อยเป็นโมเลกุลขนาดเล็กเข้าสู่เซลล์    แบคทีเรียบางชนิดสามารถย่อยสารอินทรีย์ที่มีโครงสร้างซับซ้อนได้  แต่บางชนิดอาจจะย่อยได้เฉพาะสารอินทรีย์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก  และบากชนิดไม่สามารถย่อยสารอินทรีย์ได้  แต่จะดูดซึมสารอินทรีย์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กที่ได้จากการย่อยมาแล้วเข้าไปในเซลล์  ได้แก่  พวกที่ดำลงชีวิตแบบปรสิต

    
การกินอาหารของพารามีเซียม


           
 อะมีบาและพารามีเซียม   เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มีการย่อยอาหารภายในเซลล์  แต่จะมีวิธ๊การนำอาหารเข้าสู่เซลล์แตกต่างกัน  เช่น  อะมีบามีการนำอาหารเข้าสู่เซลล์ด้วยวิธีฟาโกไซโทซิสและพิโนไซโทซิส  ส่วนพารามีเซียมใช้ซิเลียที่อยู่บริเวณร่องปาก  (oral  groove)  โบกพัดอาหารเข้าสู่เซลล์  เมื่ออาหารเข้าไปอยู่ในฟูดแวคิวโอลแล้ว  ฟูดแวคิวโอลจะไปรวมกับไลโซโซม  เอนไซม์ในไลโซโซมจะย่อยอาหารให้มีขนาดเล็กลง  และมีการลำเลียงสารอาหารที่ย่อยได้ทั่วเซลล์   ส่วนกากอาหารในฟูดแวคิวโอลถูกกำจัดออกนอกเซลล์  โดยฟูดแวคิวโอลจะเคลื่อนไปใกล้ๆ  เยื่อหุ้มเซลล์และหลุดออกไปด้วยวิธีแอกไซโทซิส



ภาพแสดงการย่อยอาหารของพารามีเซียม  ภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์  (ก.)  ภาพวาด (ข.)   

ที่มา :  vcharkarn.com/lesson/1083
      
 การย่อยอาหารของสัตว์    
             
ฟองน้ำ  เป็นสัตว์ที่ไม่มีเนื้อเยื่ออย่างแท้จริง  ลำตัวมีรูโดยรอบผนังด้านในลำตัวของฟองน้ำจะมีเซลล์ชนิดหนึ่ง  เรียกว่า  โคเอโนไซต์  (choanocyte)  เป็นเซลล์ที่มีแฟกเจลลัมและมีปลอกหุ้ม  โดยจะใช้แฟกเจลลัมโบกพัดอาหารที่มากับน้ำเข้าไปในปลอก  ตัวเซลล์จะนำอาหารเข้าสู่เซลล์โดยวิธีฟาโกไซโทซิสเกิดเป็นฟูดแวคิวโอลและมีการย่อยอาหารภายในฟูดแวคิวโอล  นอกจากนี้ยังพบเซลล์บริเวณใกล้กับเซลล์โคเอโนไซต์มีลักษณะคล้ายอะมีบาสามารถนำสารอินทรีย์ขนาดเล็กเข้าสู่เซลล์  และย่อยอาหารภายในเซลล์แล้วส่งอาหารที่ย่อยแล้วไปยังเซลล์อื่นๆได้

ภาพแสดง ก.  ภาพถ่ายภายนอกของฟองน้ำ   ,  ข.  ภาพวาดแสดงลักษณะภายนอกของฟองน้ำ

ที่มา :  vcharkarn.com/lesson/1083
           
  การกินอาหารของไฮดรา






ภาพแสดง ก.  ภาพถ่ายตัดตามยาวแสดงโครงสร้างภายในของไฮดราจกกล้องจุลทรรศน์

 ข.  ภาพวาดตัดตามยาวแสดงโครงสร้างภายในของไฮดรา  
 ค.  ภาพวาดการจัดเรียงตัวของเซลล์ผนังด้านในของลำตัว 
ที่มา :  vcharkarn.com/lesson/1083
  
 ทางเดินอาหารของพลานาเรีย    
       หนอนตัวแบน  ที่ดำรงชีพแบบอิสระ  เช่น  พลานาเรีย  จะมีทางเดินอาหารทอดยาวไปตามลำตัว  และแตกแขนงแยกออกไปสองข้างของลำตัว  มีช่องปากให้อาหารเข้าอยู่ตรงกลางด้วนท้องของลำตัว  ต่อจากปากคือ  คอหอย  (pharynx) ซึ่งมีลักษณะเหมือนงวงยื่นออกมาใช้ดูดอาหาร  ตรงโคนของคอหอยจะติดต่อกับลำไส้อาหารจะถูกย่อยในทางเดินอาหารและถูกดูดซึมเข้าสู่เซลล์  ส่วนกากอาหารก็จะขับออกทางปาก


ภาพแสดงทางเดินอาหารของพลานาเรีย  ภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์  (ก.)  ภาพวาด (ข.)

ที่มา :  vcharkarn.com/lesson/1083
            
          ไฮดราและหนอนตัวแบนมีช่องที่นำอาหารเข้าและกำจัดกากอาหารออกเป็นช่องเดียวกัน  จึงจัดเป็นสัตว์ที่มีทางเดินอาหารไม่สมบูรณ์  แต่สัตว์ส่วนใหญ่มีทางเดินอาหารสมบูรณ์คือมีรูเปิดของทางเดินอาหาร 2 ทาง  คือ  ปากและทวารหนัก  แต่สำหรับพยาธิไส้เดือนและพยาธิเส้นด้ายยังไม่มีการพัฒนาทางเดินอาหารแยกเป็นส่วนๆ  เพื่อทำหน้าที่เฉพาะเนื่องจากได้รับอาหารที่ผ่านการย่อยแล้วจากสัตว์ที่อาศัยอยู่  ส่วนไส้เดือน  กุ้ง  และแมลง  ทางเดินอาหารเริ่มแบ่งเป็นส่วนๆ  ทำหน้าที่ เฉพาะอย่าง  แต่ก็มีโครงสร้างแตกต่างกันไป

           
 ไส้เดือนดินและสัตว์ขาปล้อง   เช่นแมลง  แมงมุม  กุ้ง  มีทางเดินอาหารสมบูรณ์  ปลายอีกด้ายหนึ่งของท่อทางเดินอาหารเป็นทางเข้าของอาหารและปลายอีกด้ายหนึ่งเป็นทางออกของกากอาหาร  ภายในท่อจะเปลี่ยนเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่แตกต่างกันไป  สัตว์ขาปล้องเป็นสัตว์กลุ่มใหญ่มากมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง  มีการกินอาหารแตกต่างกันมากมาย  จึงพบว่ามีวิวัฒนาการของปากที่มีความจำเพาะเหมาะสมกับอาหารที่กิน  เช่น  อาจจะเป็นแบบปากกัด  หรือแบบปากดูด  นอกจากนี้อาจมีอวัยวะช่วยย่อยอาหารเพิ่มขึ้น  เช่นมีต่อมน้ำลาย  และต่อมสร้างเอนไซม์ในทางเดินอาหาร


ภาพที่ 5-6   ทางเดินอาหารของไส้เดือนดิน  (ก.)  ตั๊กแตน (ข.)

ที่มา :  vcharkarn.com/lesson/1083
           
        สัตว์มีกระดูกสันหลังจะมีอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการย่อยซับซ้อนขึ้น  คือ  นอกจากจะมีส่วนต่างๆ ของทางเดินอาหารที่ชัดเจนแล้วยังมีอวัยวะอื่นๆที่ช่วยในกระบวนการย่อยอาหารด้วย  เช่น  มีฟันสำหรับบดเคี้ยวอาหาร  และมีต่อมสร้างเอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร  เช่น ต่อมน้ำลาย  และตับอ่อน  เป็นต้น  แม้แต่ในสัตว์พวกเดียวกันที่กินอาหารต่างกันอาจมีลักษณะของทางเดินอาหารแตกต่างกันได้

รู้หรือเปล่า   
          
กระเพาะพักอาหาร (crop)  เป็นส่วนของหลอดอาหารที่ขยายตัวออกเป็นกระเปาะเป็นที่พักอาหารชั่วคราว 
          
กึ๋น  (gizzard)  เป็นส่วนที่มีกล้ามเนื้อหนาและเหนียว  ช่วยในการบดย่อยอาหารให้ละเอียดมากขึ้น

ทางเดินอาหารของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง
   
           
สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่กินพืชเป็นอาหารบางชนิด  เช่น  วัว  ควาย  ซึ่งเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องมีส่วนของทางเดินอาหารที่แตกต่างจากมนุษย์เพื่อใช้เป็น บริเวณที่พักอาหารสำหรับจุลินทรีย์ในการย่อยเซลลูโลส 

ภาพแสดงระบบทางเดินอาหารของวัว
ที่มา :  vcharkarn.com/lesson/1083

           
กระเพาะอาหาร 3 ส่วน  แรกของวัว  แท้จริงแล้วเป็นส่วนของหลอดอาหารที่ขยายขนาดขึ้น  เพราะไม่มีการสร้างเอนไซม์มาย่อยอาหารในบริเวณนี้  แต่ละส่วนจะมีชื่อเรียกต่างกันออกไปคือ  รูเมนหรือเรียกว่าผ้าขี้ริ้ว  โอมาซัม  หรือเรียกว่าสามสิบกลีบ  เรติคิวลัมหรือเรียกว่ารังผึ้ง  ส่วนที่เป็นกระเพาะอาหาร  คือส่วนที่เรียกว่า  อะโบมาซัม
           
ปัจจุบันมีการนำจุลินทรีย์บางชนิดมาผสมในอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยและการดูดซึมอาหารของสัตว์

           
การเคี้ยวเอื้องช่วยให้ชิ้นอาหารมีขนาดเล็กลง   มีโอกาสสัมผัสกับเอนไซม์ได้มากขึ้น  ช่วยให้การย่อยสลายโดยการหมักของจุลินทรีย์มีประสิทธิภาพทำให้สัตว์สามารถใช้ประโยชน์จากอาหารได้มากขึ้น
                  

           
การเคลื่อนของอาหารผ่านทางเดินอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้องสามารถนำมาเขียนเป็นแผนผัง ดังภาพที่ 5.8

ภาพแสดงแผนภาพแสดงการเคลื่อนของอาหารผ่านทางเดินอาหาร และการเคี้ยวเอื้องในสัตว์เคี้ยวเอื้อง

ที่มา :  vcharkarn.com/lesson/1083
     
         ที่มา :  vcharkarn.com/lesson/1083

ความคิดเห็น